มันเป็นครั้งแรก กับการ ไป เที่ยวญี่ปุ่น และเที่ยวด้วยตัวเอง อีกต่างหาก เที่ยวแบบไม่ง้อทัวร์ การเที่ยวครั้งนี้ ทำให้ผมได้มีประสบการณ์ หลายๆ อย่างที่หาไม่ได้ ถ้าไปกับทัวร์ และยังสนุก ตื่นเต้นมากกว่า ไปกับทัวร์เป็นไหนๆ  แต่มันก็ไม่ได้สบาย หรือลำบากอย่างที่คิดนะครับ

มาเริ่มต้น เที่ยวญี่ปุ่น กันเถอะ

เราเริ่มต้นจาก การไปลงที่สนามบินนาริตะ (Narita) ที่เราไปมา ทั้งหมด 8 วัน ก็มีตามนี้ครับ เผื่อจะเป็นไอเดียวคร่าวๆ ที่หลายคนจะไปเที่ยวได้มี ไอเดียกัน

Day – 1 โตเกียว (Tokyo)

  • สนามบินนาริตะ (Narita Airport) ยังจำได้จากวันนั้นถึงวันนี้ พอดีผมมีการวางแผนการเดินทางว่า วันแรกจะใช้ตั๋ว Tokyo Metro – Toei Subway 1 Day Pass เพราะ เรามีตั๋ว JR 7 วัน อยู่แล้วเลยกะจะใช้ทีหลัง ผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่งไป ไม่รู้ว่าเล่มไหนจำไม่ได้ บอกว่าที่สนามบินมีขาย ตรง Information ไปหา Information ก็บอกไม่รู้จัก ก็เลยถอดใจ ไม่ใช้ละ เดินทางออกจากสนามบินไปโดยใช้ Keisei แต่พอจะมาซื้อตั๋วที่ Subway เท่านั้นแหล่ะครับ ถึงบางอ้อเลย มีเมนูให้เลือกซื้อตั๋ว Tokyo Metro – Toei Subway 1 Day Pass เฉยเลย ดีจริงๆ
  • ชินจุกุ (Shinjuku) ไม่ได้ไปทำอะไรมากครับ เดินดูห้างสรรพสินค้า แล้วก็หาตั๋วไปเที่ยว ฟูจิ ฮาโกเน่ สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อครับ เพราะคิดว่า มี ตั๋ว JR แล้ว ไม่คุ้ม แต่ที่สถานีรถไฟใต้ดินชินจุกุนี่ เป็นอะไรที่ใหญ่โตมาก ลองนึกภาพรถไฟฟ้าบ้านเราเวลา เปลี่ยนรถไฟ ไฟอีกขบวน เดินขึ้นบันไดนิดเดียว ก็เปลี่ยนได้แล้ว แต่ที่ชินจุกุไม่ใช่ครับ บางรถไฟ เดินเป็นกิโลก็มี แล้วไม่ใช่แค่ที่ชินจุกุ ถ้าจะต่อรถไฟ มันจะต้องเดิน เดิน แล้วก็เดิน ครับ ซึ่งระยะทางไม่เคย น้อย เท่ากับของบ้านเราเลย ไกลกว่า ทั้งนั้น ดังนั้นฟิตร่างกายกันไปก็ดีครับ
  • วัดอาซาคุสะ (Asakusa Temple) วัดนี้ถือว่าเป็น วัด Highlight ของ โตเกียวเลยทีเดียว วัดที่มีโคมแดงแขวน ตรงทางเดินเข้าวัด และก็มีจัดเหมือน ถนนคนเดิน ให้ เดินช้อปด้วยครับ อ้อ แล้วก็ที่อร่อยก็คือ ขนมไส้ถั่วแดงที่ขายดีๆ ครับผมไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร
  • ฮาราจุกุ (Harajukuแหล่งวัยรุ่น ที่นิยมแต่งแฟชั่นสุดล้ำมาประชันกัน ตอนไป หวังว่าจะได้เห็นคนแต่งตัวมาประชันกันครับ แต่ว่า ไปผิดวัน เพราะเค้าต้องไปวันอาทิตย์กัน แต่ก็ได้เห็นอีกอย่างคือ นักเรียน เดินกันเยอะเลยครับ แต่ก็พอมีร้านค้าให้เดินดู ช้อปปิ้งเรื่อยๆครับ น่าจะถูกใจคุณผู้หญิงครับ เพราะมีร้านเครื่องสำอางขนาดใหญ่มาก สามชั้นได้ ให้ได้เลือก ช้อปปิ้งกันอย่างจุใจ ที่นี่เจอคนไทยไปช้อปกันเยอะมากเลยครับ
  • โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) เข้าไปชั้นล่างมีของขาย เยอะครับ โตเกียวบานาน่า หลากหลายชนิด แต่ต้องซื้อตั๋วขึ้นไปชั้นบนสุดครับ ขึ้นไปแล้วมองเห็น เมืองโตเกียว ทั่วเลยครับ มีกล้องส่องทางไกลให้หยอดเหรียญใช้กัน แต่ที่ผมชอบที่สุด คือมีแผ่นใส ให้เราไปยืนเสียวเล่นๆ เห็นวิวด้านล่าง จากด้านบนหอคอยที่สูงมากครับ

เที่ยวญี่ปุ่น โตเกียว วัดอาซาคุสะ

Day 2 – โอซาก้า (Osaka)

  • ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) แน่นอนครับว่าต้องมาเที่ยวที่นี่ ปราสาทโอซาก้า อันโด่งดัง แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า วันนี้คำนวณมาเรียบร้อยแล้วว่า ต้องใช้ Osaka Subway 1 Day Pass ถึงจะคุ้ม เลยมาซื้อที่ Shin-Osaka เพราะนั่ง Shinkansen มาจากโตเกียว
  • พิพิธภัณฑ์ ประวัติศาสตร์ โอซาก้า (Osaka Museum of History) ตั้งใจจะไปที่นี่ครับ แต่ว่า… มันปิด เนื่องจากเป็นวันหยุดครับ เซ็งกันไปเลยทีเดียว
  • โดทงบุริ (Dotonburi) ย่านของกินชื่อดังในโอซาก้า ไปถึงก็ งงๆ เล็กน้อย มีแต่คนเชิญชวนเข้าร้านเต็มไปหมด ทั้งเด็กวัยรุ่นหญิงชาย มายืนแจกใบปลิว ให้เข้าร้าน แต่ฤดูหนาวที่นี่ คนนิยมใส่เสื้อกันหนาวสีดำกันครับ มีร้านค้าเยอะมาก แต่ที่พลาดไม่ได้ อย่าลืมไปทานทาโกะยากิที่นี่ด้วย ขอบอกว่า อร่อยมาก แต่ผมพลาดไป 2 อย่างคือ กลับมาเพิ่งค้นพบว่า โดทงบุรินี่มีร้าน ราเม็ง กับโอโนโคมิยากิ ที่ดังมากอยู่ด้วย

เที่ยวญี่ปุ่น ปลาบนปราสาทโอซาก้า

Day 3 – เกียวโต (Kyoto)

  • วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) แวะเที่ยวชมพลับพลาทองคำ กลางน้ำ อันลือชื่อที่เกียวโต เป็น The Must See in Kyoto ที่นี่ต้องนั่งรถเมลล์ ไปนะครับ รถไฟไม่ผ่าน
  • วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple) วัดน้ำใส ในตำนาน เป็นอีกวัดหนึ่งของเกียวโตที่มีความอลังการมากเป็นพิเศษ และเป็น The Must See in Kyoto อีกวัดหนึ่ง นอกจากตัววัดแล้ว สภาพโดยรอบ อย่างทางเดินและร้านค้า ก็ยังเป็นที่น่าสนใจอีกด้วย
  • ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine) ศาลเทพเจ้าอินาริ แห่งอินาริ ที่โด่งดังด้วย โทริอิ (Torii) เป็นพันอันที่เรียงรายกันขึ้นสู่ภูเขา และจุดชมวิวเมืองเกียวโต

เที่ยวเกียวโต วัดคิโยมิสึเดระ

Day 4 – โอซาก้า และ เกียวโต (Osaka & Kyoto)

  • จริงๆแล้วใน Day 4 ผมมีแผนจะไป เที่ยวนารา (Nara) กับ อิงะอุเอโนะ (Iga Uneno) อยู่ครับ แต่ว่า มันเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นครับ เพื่อนผมรองเท้าขาดเลยต้องไปเดิน ช้อปปิ้งโอซาก้า กันก่อน เพื่อซื้อรองเท้า ก็เกือบหมดไปครึ่งวัน ดังนั้นจึงไปเที่ยวที่ใกล้ๆ อย่างเกียวโต และโอซาก้าแทน
  • ถนนช้อปปิ้ง เท็นจิมบาชิสุจิ (Tenjimbashisuji Shopping Street) อยู่ที่โอซ้า เป็นถนนสาย ช้อปปิ้งที่ยาวจริงๆ มีร้านค้าและร้านอาหารให้เลือกมากมาย แม็คโดนัล เคเอฟซี ก็มีด้วยนะเออ เพื่อนผมมาซื้อรองเท้าที่นี่แหล่ะครับ
  • วัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji Temple) วัดมังกรฟ้า แห่งเกียวโต สวนแบบเซ็น ทิวไผ่อันสวยงาม วัดนี้ตัววัดเองไม่ได้โดดเด่นนัก แต่ที่โดดเด่น ก็คือ สภาพธรรมชาติ รอบๆตัววัดต่างหาก โดยเฉพาะสวนที่มีการจัดรูปแบบไว้อย่างสวยงามมากสุดจะบรรยาย ยิ่งรวมกับฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ยิ่งสวยงามมากขึ้นไปอีก
  • ทะเลสาบมิวะ (Biwa Lake) สมชื่อที่โปรโมทไว้คือ The Largest Lake in Japan ล้อมรอบด้วย ภูเขารอบด้าน บรรยากาศดีมาก ตั้งแต่ออกมาจากสถานี Otsu ยังมีที่ให้ขี่จักรยานเล่นอีกด้วย แต่น่าเสียดาย ที่ผมไปตอนกลางวัน gเพราะพลาดการแสดงแสงสีเสียง ที่เค้าจะมีจัดที่ทะเลสาบมิวะตอนกลางคืนเต็มๆเลย ก็มันไม่รู้นี่นา
  • พิพิธภัณฑ์ การเดินเรือโอซาก้า (Miritime Museum) จากความผิดหวังข้อข้างบน เลยต้องเลยไปตรง โอซาก้า เบย์แอเรีย เพื่อไปชม Maritime แต่ว่าพอไปถึง …. มันปิดอีกแล้วครับ ทีนี้เลยช่างมันละ เดินชิวๆ ที่ชายฝั่งก็ได้ อากาศดีมากครับ มีคนมานั่งตกปลาด้วย จริงๆ ไม่ได้หาข้อมูลไปก่อน แถวนั้นก็มีที่เที่ยว หลายอย่างเหมือนกัน น่าเสียดาย
  • นัมบะวอร์ค (Namba Walk) เป็นช้อปปิ้งอาเขต ที่อยู่ใต้ดิน ตรงสถานีนัมบะ มีร้านค้าขายของ ส่วนมากที่ผมดูจะเป็นของสาวๆ ซะส่วนมาก เลยไม่ค่อยสนใจเท่าไร แต่พอดีในกลุ่มมีผู้หญิงไปด้วย ก็ต้องใช้เวลาเดินสักหน่อย
  • ชินไซบาชิ (Shinsaibashi) เป็นถนนช้อปปิ้งอีกสายนึง ที่คนนิยมมาช้อปปิ้งกันมาก เพราะนอกจากจะเป็นถนนสายช้อปปิ้งแล้ว ยังเป็นโซนที่รวม ร้านค้าขายของแบรนด์เนมกันอย่างมากมายอีกด้วย
  • โดทงบุริ (Dotonburi) ตบท้ายด้วยการไปกินข้าวกัน ที่โดทงบุริอีกวันครับ คราวนี้ไปกินหม้อไฟกัน จนได้บทเรียน ไอ้ที่เค้าเขียนราคาไว้หน้าร้าน ส่วนมากมันต่อคน หรือไม่ก็ 1 ใน 4 ของหม้อ มื้อนี้กินไม่อิ่มครับ ดูป้ายหน้าร้านให้ดีครับ ถ้ามีเลข 1 หรือเลข 4 เมื่อไร ใช่เลย อ้อแล้วก็อีกอย่างหนึ่ง สุกี้บ้านเรา อร่อยกว่าครับ

ทะเลสาบมิวะ

Day 5 – คาวาคูจิโกะ (Kawakuchiko)

  • คาวาคูจิโกะ (Kawakuchiko) ออกเดินทางแต่สาย มาถึงคาวาก็บ่ายๆแล้วครับ ที่สำคัญ ครั้งนี้ได้บทเรียนอยู่อย่าง ผมดันนั่ง Shinkansen มาจากทางคันไซ แล้วมาต่อสถานีใกล้ๆ โอดาวาระ แต่ดันไปขึ้น JR Limited Express Edition เท่านั้นแหล่ะครับ พออยากจะลงป้าย ที่จะลงมันไม่จอด ทีนี้ต้องไปจอดเกือบสุดทาง แล้วต้องนั่งรถ JR Local กลับมาที่ Kawakuchiko เพื่อนถามว่า ทำไมเห็นฟูจิสองรอบ ผมก็ยิ้มๆ ไว้ก่อน ถึงแล้วจึงค่อยบอก กลัวเสียกำลังใจ พอไปถึงสถานีที่ต้องต่อรถไฟเอกชน เข้าไปที่ Kawakuchiko ก็มีให้เลือก แบบแพงหน่อยกับแบบถูก ต่างกันประมาณ 500 เยนได้ เราเลือกแบบถูก รถไฟวิ่งได้หวาน เย็นมากๆ แต่ก็ได้บรรยากาศแบบชนบท มีเด็กอนุบาลขึ้นรถไฟกันด้วย แต่… มันช้ามากๆ ผมเห็นรถแบบแพงวิ่งผ่านไป สองสามรอบได้ แต่ก็ไม่เสียใจหรอกครับ เพราะได้เห็น บรรยากาศอันอบอุ่น ของครูและนักเรียน อนุบาล ประถม และได้เห็นการทำงานของนายตรวจ ตั๋วรถไฟที่ดูแลเด็กดีมากๆ อีกด้วย
  • ขี่จักรยานรอบทะเลสาบ คาวาคูจิโกะ พอมาถึง ก็โทรเรียก ทางโรงแรม มารับไปที่พัก พอดีเห็นจักรยาน เลยเอามาขี่เล่น ขี่รอบทะเลสาบ เป็นวิวที่สวยงามมากครับ แต่ขี่ไปขี่มา ชักไกลก็ขี่กลับ แต่ว่ามันมืด มืดมาก มองไม่เห็นอะไรเลยครับ เริ่มหาทางกลับไม่ถูก ขึ้นเขาลงห้วย เลี้ยวไปเลี้ยวมาอยู่หลายซอย ในที่สุดก็ถึงที่พัก เหนื่อยมาก ยังดีที่เค้ามีอาหารเย็นให้เราทานกัน หลังจากทานเสร็จก็ไปอาบน้ำ แล้วก็แช่ อ็อนเซ็น สบายใจเฉิบ ที่พักที่นี่ดีครับ เป็นอ็อนเซ็นส่วนตัว ผมเลยผลัดกับเพื่อนเข้าไปแช่คนละที สบายตัวแล้วก็เข้านอน ตื่นเช้ามา ขี่จักรยานอีกรอบแล้ว ถ่ายภาพฟูจิซังแบบชัดๆ แล้วค่อยเที่ยวต่อใน Day 6

คาวาคูจิโกะ ภูเขาไฟฟูจิ

Day 6 – คาวาคูจิโกะ และ โตเกียว (Kawakuchiko  & Tokyo)

  • ยูไกมิวสิคบ็อค (Ukai Music Box) ที่คาวาคูจิโกะ ยังมีที่เที่ยว อีกที่หนึ่งที่น่าสนใจคือ ยูไกมิวสิคบ็อค เข้าไปชมกล่องดนตรี และสวนที่ตกแต่งไว้อย่างดี มีการแสดงของ กล่องดนตรีขนาดยักษ์ และกล่องดนตรีในสวน ให้ได้ชมกันอีกด้วย บรรยากาสดีมากครับ รับรองจะติดใจ จากนั้นเราก็กลับไปเที่ยว โตเกียวต่อ โดยใช้บริการรถบัส จากคาวาคูจิโกะ ไปลงชินจุกุ แล้วก็ไปวางกระเป๋าที่โรงแรมแล้วไปเที่ยวต่อ
  • อากิฮาบาระ (Akihabara) ผมไปถึงอากิฮาบาระตอนทุ่มกว่าๆ ครับเดินๆได้แป๊บนึง เอ๊ะ ทำไมร้านค้ามันเริ่มปิดประตูแล้วหว่า ที่ไหนได้เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ฤดูหนาวมันปิดเร็ว เลยยังไม่ทันได้ดูอะไรเท่าไรก็ปิดแล้ว ต้องมาซ่อม

คาวาคูจิโกะ ยูไกมิวสิคบ๊อค

Day 7 – โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo Disney Sea)

  • ทีแรกผมกำลังตัดสินใจว่า จะไป Tokyo Disney Land หรือ Tokyo Disney Sea ดี คิดไปคิดมา เอาแบบแปลกๆ ดีกว่า ไป Tokyo Disney Sea ดีกว่า พอไปถึงซื้อบัตรเค้าไปปั๊บ จะไปต่อคิวเครื่องเล่นอันแรก ถึงกับตะลึง อะไรกันนี่ มีป้ายบอกว่า คิวรอ 90 นาที โอมายก๊อด ตอนนั้นไปเล่น Indiana Jones ครับ เครื่องเล่นยอดนิยมที่สุดใน Disney Sea แล้วก็เหลือบไปเห็น อะไรเนี่ย fast ticket มีให้กด ก็ไปกดมาคนละอัน แต่ปรากฏว่า มันลงเวลาไว้ว่าให้ใช้ได้ ตอนเย็นเลยครับ หมดกัน
  • ทีนี้เลยไปหาเครื่องเล่นอันอื่นดู รอนานเหมือนกันครับ ลองไปดูตู้ fast ticket อีกที อาว กดไม่ได้แล้ว ถ้ายังไม่ได้ใช้ตั๋วเดิม กลุ้มใจล่ะทีนี้ สูดหายใจลึกๆ รอก็รอครับ เพื่อที่จะได้เล่น ได้เล่น ประมาณ 5 อย่างครับที่ไปคราวนี้ แต่ที่เจ๋งสุดคือ Journey to the Center of the Earth กับ Indiana Jones นี่ล่ะครับ ไม่เสียวและไม่เซ็งเกินไป
  • ตอนกลางคืน ยังมีการแสดงแสง สี เสียง ตระการตาในชุด Star Bright ให้ได้ชมกันตั้งแต่หัวค่ำด้วยครับ ผมรู้สึกว่าเราคุ้มค่าจริงๆ ที่อยู่รอดู แต่คนเยอะมาก บางคนนี่ เอาเสื่อมากางนั่งรอดูกันเลยนะครับไม่ธรรมดาจริงๆ คนญี่ปุ่น
  • อ้อ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งครับ ผมไปวันธรรมดา!! แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมคนมันเยอะมากอย่างนี้ คนญี่ปุ่นเค้าลากันกันมาเที่ยวเยอะมากขนาดนี้เลยหรือ

โตเกียว ดิสนีย์ซี (Tokyo Disney sea)

Day 8 – โตเกียว (Tokyo) & นาริตะ (Narita)

  • อากิฮาบาระ (Akihabara) ช่วงเช้าผมไปอากิฮาบาระอีกที แต่ร้านมันก็เปิดช้า 10 โมงเข้าไปแล้ว แล้วก็แวะไปซื้อ โตเกียวบานาน่า ที่สถานีโตเกียว พอกลับมาถึงโรงแรม เพื่อนขนของลงมาให้หมดแล้ว เพราะเค้าให้ checkout ไม่เกิน 10 โมง
  • JR Narita Express จะขึ้น JR สายนี้ มีบัตร JR Pass ไม่พอ ก่อนอื่น ต้องไปจองที่นั่งก่อนด้วย ไม่งั้น ไม่มีที่นั่งไม่รู้ด้วยครับ
  • แวะซื้อของในสนามบิน ก่อนกลับบ้าน หลายวันที่ผ่านมา ผมพยายามตามหา Kitkat รสชาเขียว รสเต้าหู้ รสชาติมากมายก่ายกอง แต่หาไม่เจอสักที มาเจอที่นาริตะนี่แหล่ะครับ มีทุกอย่างไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหน โตเกียวบานาน่า ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีเยอะ แถมซื้อเยอะได้ลดอีก กระเป๋าฉีกกันไปตามๆ กัน พอซื้อของเสร็จ ก็เป็นอันจบภารกิจ ขึ้นเครื่องกลับบ้าน บ๊าย บาย แจแปน

การแสดงที่ โตเกียวดิสนีย์ซี

พอกลับมา ก็รู้สึกว่า ว้า ยังเที่ยวไม่จุใจเลย อยากเที่ยวต่ออีก มันเลยเก็บความรู้สึก นี้ไว้ ไปสู่การตัดสินใจไปญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมจะอัพเดทในบทความหน้า “วางแผนเที่ยวญี่ปุ่น 10 วัน 9 คืน” ติดตามตอนต่อไปนะครับ

1 ความคิดเห็น